วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ย้ายเว็บใหม่ครับ

เราได้ย้ายเว็บไปสร้างใหม่นะครับตามลิงค์เลยครับ
http://beastzoo.blogspot.com/
รับรองผมจะอัพขอมูลตลอดครับ
อยากได้อะไรบอกมานะครับ

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

บ่าง,พุงจง,พะจง Malayan flying lemer



วงศ์ บ่าง Family Cynocephalidae

สถานภาพตามกฎหมายไทย สัตว์ป่าคุ้มครอง

รูปร่างลักษณะ
ปลายจมูกถึงโคนหาง 34-42 ซ.ม. หาง 17.5-27 ซ.ม. ลูกตาโตสีแดง มีแผ่นหลังหนังแผ่กว้างข้างลำตัวตั้งแต่คอผ่านขาหน้า นิ้วตีน ขาหลัง ไปจนสุดปลายหางใช้เป็นปีกในการร่อน ขาทั้งสี่ยาวเท่ากัน ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลเทา มีลายเป็นดวงคล้ายเปลือกไม้ ท้องสีจางกว่าหลังและไม่มีลวดลาย

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

ลิ่นพันธุ์มลายู หรือ ลิ่นชวา Malayan Pangolin



วงศ์ ลิ่น Family Manidae
สถานภาพตามกฎหมายไทย สัตว์ป่าคุ้มครอง
รูปร่างลักษณะ
ปลายจมูกถึงโคนหาง 42.5-55 ซ.ม. หาง 34-47 ซ.ม. หลังมีเกล็ด เล็บตีนหน้ายาวกว่าเล็บตีนหลังไม่เกิน 1.5 เท่า รูปร่างคล้ายสัตว์เลื้อยคลาน สีจางกว่าลิ่นจีน ตัวโตกว่า ลำตัวด้านบนมีเกล็ดยาวต่อเนื่องจนเกือบถึงจะจมูก หนังบริเวณตีนมีลักษณะละเอียด ฝ่าตีนหน้าเป็นอุ้งตีนนิ่ม หางมีเกล็ด 30 เกล็ด อัตราส่วนหางต่อความยาวทั้งตัวมากกว่าสองในห้า

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

ลิ่นพันธุ์จีน Chinese Pangolin


วงศ์ ลิ่น Family Manidae

สถานภาพตามกฎหมายไทย สัตว์ป่าคุ้มครอง

รูปร่างลักษณะ

ปลายจมูกถึงโคนหาง 44-48 ซ.ม. หาง 16-33 ซ.ม. หลังมีเกล็ดเล็บตีนหน้ายาวกว่าเล็บตีนหลังเกิน 1.5 เท่า สีน้ำตาลเทาเข้ม มีขนาดเล็กกว่าลิ่บชวาหนังบริเวณตีนย่นและไม่มีอุ้งตีนนุ่นหูเป็นเนื้อไม่เป็นสันเหมือนลิ่นชวา หางมีเกล็ด 14-17 เกล็ด อัตราส่วนหางต่อความยาวทั้งตัว น้อยกว่าสองในห้า เกล็ดื่ลำตัวด้านบนไม่ยาวต่อเนื่องจนถึงจมูก

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สิงโตlion


ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Panthera leo
ลักษณะทั่วไป สิงโตแอฟริกา และสิงโตอินเดียไม่มีลักษณะที่แตกต่างกัน สิงโตไม่มีลายบนตัวอย่างเสือ ตัวผู้ที่โตเต็มที่จะมีขนยาวขึ้นรอบคอ ดูสง่าน่าเกรงขาม ตัวเมียไม่มีขนรอบคอ ตรงปลายหางมีขนขึ้นเป็นพู่ ถิ่นอาศัย, อาหาร พบในทวีปแอฟริกา ในทวีปเอเชียยังคงพบได้บ้างเช่นในประเทศอินเดียทางแถบตะวันตก สิงโตกินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร กินสัตว์ได้แทบทุกชนิด เช่น กระต่ายป่า ไก่ป่า ลิง จระเข้ เม่น กวางต่างๆ และม้าลาย เป็นต้น แม้แต่ซากสิงโตด้วยกันเองก็กิน พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ ชอบอยู่เป็นฝูงตามทุ่งโล่ง ขนาดของฝูงขึ้นอยู่กับปริมาณของเหยื่อ ถ้ามีเหยื่อมากและเหยื่อมีขนาดใหญ่ สิงโตก็จะอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ เวลาส่วนใหญ่ของสิงโตหมดไปกับการนอนพักผ่อน จะล่าเหยื่อก็ต่อเมื่อหิว หน้าที่ล่าเหยื่อจะเป็นของตัวเมียเป็นส่วนใหญ่ ตัวผู้ล่าเหยื่อไม่เก่ง แต่จะเป็นผู้คอยกันตัวเมียออกจากซากเหยื่อ เพื่อให้ลูกสิงโตได้มีโอกาสกินด้วย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ป้องกันฝูงและรักษาอาณาเขตของฝูงจากตัวผู้ตัวอื่น สิงโตออกหากินกลางคืน ตั้งแต่เริ่มมืดจนถึงเที่ยงคืน เมื่อกินเหยื่อเสร็จแล้วต้องกินน้ำ และนอนพัก ตอนเช้าจึงจะกลับที่อยู่ การล่าเหยื่อของสิงโตมีทั้งแบบออกล่าตัวเดียวและเป็นกลุ่ม วิธีการล่าเหยื่อของสิงโตคือจะพยายามเข้าไปใกล้เหยื่อให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะตะครุบเหยื่อหรือออกวิ่งไล่เหยื่อ เพื่อให้เหยื่อมีเวลาหนีน้อยที่สุดเนื่องจากว่าสิงโตสามารถวิ่งได้เร็วในระยะสั้นๆเท่านั้น นอกจากนี้สิงโตยังมีความอดทนอย่างมากในการรอคอยเหยื่อ สิงโตมีฤดูผสมพันธุ์ไม่แน่นอนสามารถมีได้ทุกเวลาตลอดปี ตัวเมียเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุประมาณ 3 ปี ส่วนตัวผู้ประมาณ 4-6 ปี ระยะของการเป็นสัดนาน 4-16 วัน ตั้งท้องนานราว 100 วัน ออกลูกครั้งละ 3-5 ตัว ลูกอดนมเมื่ออายุ 3-6 เดือน และมีอายุยืนประมาณ 30-40 ปี สถานภาพปัจจุบัน สถานที่ชม สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ปลาทอง golden fish


ปลาทองเป็นสัตว์นำชนิดหนึ่งที่รูปร่างหน้าตาน่ารักเอามากๆ ปลาทองมีมากว่า 100สายพันธุ์จากทั่วมุมโลก แต่การแบ่งลักษณะปลาทองส่วนใหญ่ๆ ที่มีจะแบ่งเป็น 2 พวก คือ พวกที่ลำตัวเรียวยาวทั่วทั้งลำตัว และประเภทที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนไข่ ซึ่งประเภทที่ 2 นี้ เป็นประเภทที่วัยรุ่นหรือคนต่างๆนิยมมากที่สุด ปลาทองเป็นปลาที่ศักสิทธิ์ต่อคนจีนเป็นอย่างมาก อาหารที่ปลาทองชอบมากที่สุดคื พวกสัตว์น้ำจำพวกไรแดง ปลาทองจะอยู่น้ำได้ที่เฉพาะน้ำที่มีรสชาติจืดอย่างเดียวเท่านั้นปลาทองมีการ ออกลูกเป็นไข่หรือการวางไข่นั้นเอง
ซึ่งเหมือนปลาทั่วๆไปปลาทองชอบอยู่ด้วยกันเป็นหมู่กลุ่มหรือเป็นฝูง หายใจได้ด้วยเหงือกปลาทอง

กวางผาGoral


เป็นจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอยู่จำพวกสัตว์กีบคู่ชนิดหนึ่ง เป็นวงศ์เดียวกับแพะและก็แกะ ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า Nemorhaedus caudatus มีรูปร่างหน้าตาเหมือนแพะ มีหูยาว ขนตามลำตัวมีลักษณะหยาบและก็หนาซึ่งมีสีเทาและหน้ำตาลเทา ซึ่งมีแถบเป็นสีดำพาดอยู่บริเวณกลางหลัง แต่กวางผาตัวเมียจะมีสีที่ขนอ่อนกว่าตัวผู้ ตรงบริเวณลำคอด้านในจะมีขนสีอ่อนบริเวณ ริมฝีปากและรอบ ๆ ตาสีขาว เขาสั้นและมีสีดำ ซึ่งกวางผาตัวผู้จะมีเขาที่หนาและก็ยาวกว่าตัวเมีย และมีความยาวลำตัวและก็หัว 82-120 ซ.ม.และ ความยาวของหาง 7.5-20 ซ.ม. และความสูงจากพื้นดินจนถึงหัวไหล่ประมาณ 50-60 ซ.ม.และหนัก 22-32 กิโลกรัม

มีการแพ่รกระจายพันธุ์บริเวณตั้งแต่ด้านตะวันออกของประเทศปากีสถาน ,แคว้นแคชเมียร์, รัฐสิกขิมและรัฐอัสสัมของประเทศอินเดีย ,ไซบีเรียภายในรัสเซียและ มองโกเลีย ,ที่ราบสูงแมนจูเรีย ,เกาหลีใต้และ ธิเบตและ ภาคกลางกับภาคใต้ของประเทศจีน, พม่าและก็ ภาคเหนือของไทยและลาว

กวางผา ชอบอาศัยและหากินเป็นฝูงตามบริเวณทุ่งหญ้าบนภูเขาและบริเวณชะง่อนผาภูเขาสูง ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 1,000-4,000 เมตร ฝูง ๆ หนึ่งมีสมาชิกประมาณ 4-12 ตัวและจะ ผสมพันธุ์ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม ใช้เวลาตั้งท้องนาน ถึง6 เดือน ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว เป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย เมื่อตกใจจะส่งเสียงร้องเป็นสัญญานเตือนภัยถึงตัวอื่น ในฝูงและ มักออกหากินตามทุ่งหญ้าโล่งภายในเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกจนถึงเวลาเช้าตรู่ จะกินหญ้า ยอดอ่อนของใบไม้ รากไม้ และก็ลูกไม้เปลือกแข็งจำพวกก่อเป็นอาหารซึ่ง สามารถว่ายน้ำได้ดี และก็เคยมีรายงานว่า เคยลงมาดื่มน้ำและว่ายข้ามแม่น้ำ กวางผามีอายุเต็มที่ 11 ปี

สถานภาพของกวางผา ปัจจุบันเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ในประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ปัจจุบัน มีเหลืออยู่เพียงที่เดียวนั้นก็ คือ ดอยม่อนจอง ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่และก็จังหวัดตาก มีชื่อเรียกของคนในท้องถิ่นว่า ม้าเทวดา เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ลึกลับ หายากมาก และเมื่อพบเห็นตัวก็จะหลบหนีไปด้วยความรวดเร็ว